ประวัติวงคาราบาว ยุครุ่งเรือง วงดนตรีเพื่อชีวิต ที่โด่งดังทีสุด ตำนานที่ยังหายใจ

ประวัติวงคาราบาว

ประวัติวงคาราบาว ยุครุ่งเรืองของดนตรีเพื่อชีวิต ตำนานที่ยังหายใจ

ประวัติวงคาราบาว พูดถึงเพลงเพื่อชีวิต ต้องนึกถึงวงนี้ เป็นอันดับแรก วงคาราบาว เรียกได้ว่าเป็น ตำนานเพลงเพื่อชีวิต ที่มีแฟนเพลง มากที่สุดเลยก็ว่าได้ 

มีบทเพลงอันโด่งดัง มากมายหลายบทเพลง เช่น หลวงพ่อคูณ บัวลอย วิณิพก เมด อินไทยแลนด์ ฯลฯ เราจึงพามา รู้จักกันให้ลึก ๆ ว่าวงนี้ทำไม ถึงโด่งดัง เป็นตำนานตลาดกาล

วงคาราบาว ยุคก่อตั้งวง

ประวัติวงคาราบาว

วงคาราบาว เกิดจากนักเรียนไทย 3 คน แอ๊ด – ยืนยง โอภากุล, เขียว – กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร ไข่ – สานิตย์ ลิ่มศิลา ที่ไปเรียนอยู่ ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ. 2523

ทั้ง 3 คน ร่วมกันตั้งวงดนตรีขึ้นมา และตั้งชื่อว่า คาราบาว เพื่อใช้เข้าประกวดดนตรี ในงานของมหาวิทยาลัย โดยเล่นแนวโฟล์ค มีเนื้อหาที่ สะท้อนสังคม ปัญหาที่เป็น ความจริงของสังคม

คาราบาว แปลว่า ควาย หรือคนใช้แรงงาน เป็นภาษาตากาล็อก ซึ่งเป็นภาาพื้นเมือง ของฟิลิปปินส์ ถือเป็นสัญลักษณ์ ของชนชั้นเกษตร

เมื่อพวกเขากลับมา ยังประเทศไทย แอ๊ดและเขียวเล่นดนตรี ตอนกลางคืนด้วยกัน ซึ่งช่วงเวลากลางวัน แอ๊ดทำงานประจำอยู่ ที่การเคหะแห่งชาติ ส่วนเขียวทำงาน ให้กับบริษัทฟิลิปปินส์ ที่มาเปิดอยู่ที่ไทย ส่วนไข่ขอลาออกจากวง ไปทำงานอยู่ที่ภาคใต้ โดยรับเหมาก่อสร้าง

ในปี พ.ศ. 2524 แอ๊ดและเขียวได้ ออกอัลบั้มชุดแรก ชื่ออัลบั้ม ขี้เมา และได้วงโฮป ช่วยโปรดิวซ์และเล่นดนตรี ในห้องอัดให้ ในอัลบั้มนี้ มีคนรู้จัก วงคาราบาวบ้าง แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก

ในปี พ.ศ. 2525 มีสมาชิกเพิ่ม 1 คน คือ เล็ก – ปรีชา ชนะภัย ซึ่งเล็กเป็นเพื่อนกับแอ๊ด สมัยเรียนที่อยู่ โรงเรียนอุเทนถวาย เล็กมาจากวงเพรสซิเดนท์ พวกเขาได้ออก อัลบั้มชุดที่ 2 ชื่ออัลบั้ม แป๊ะขายขวด 

โดยเล็กได้ชวน สมาชิกจากวงเพรสซิเดนท์ มาเล่นเป็นแบ็คอัพ รวมไปถึง อ๊อด – อนุพงษ์ ประถมปัทมะ โดยตอนนั้นอ๊อด ยังเป็นสมาชิก ของวงเพรสซิเดนท์อยู่ ซึ่งอัลบั้มนี้ก็ยัง ไม่ประสบความสำเร็จ อีกเช่นเคย

ประวัติวงคาราบาว ยุครุ่งเรือง

ประวัติวงคาราบาว

ในปี พ.ศ. 2526 วงคาราบาว เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากเพลงที่มี ชื่อเดียวกับอัลบั้ม นั่นคืออัลบั้ม วณิพก โดยทีมแบล็คอัพชุดเดิม และได้ หมู – พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ มาเล่นเพอร์คัสชั่นให้

โดยอัลบั้มนี้ มีเนื้อหา ท่วงทำนอง ที่ผิดแผกไป จากชุดก่อน ๆ ดนตรีมีทำนอง แบบไทยผสมกับ ดนตรีตะวันตก ซึ่งมีจังหวะที่คักคัก สนุกสนาน เต้นรำได้ จนเพลงวิณิพก เป็นเพลงแรกของไทย ที่เข้าไปอยู่ในดิสโก้เธคได้ 

 เนื่องจากอัลบั้มชุดนี้ ประสบความสำเร็จ จึงทำให้แฟนเพลง ต้องไปหาซื้อ อัลบั้มชุดแรก และอัลบั้มชุดที่ 2 มาฟังกัน นั่นจึงทำให้ อัลบั้มชุดแรกและชุดที่ 2 ขาดตลาด และหายากมาก ๆ ในช่วงนั้น

ปลายปี พ.ศ. 2526 ก็ออกอัลบั้มชุดที่ 4 ชื่ออัลบั้ม ท.ทหารอดทน และได้ เทียรี่ เมฆวัฒนา,อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดีเป้า – อำนาจ ลูกจันทร์, และ รัช – ไพรัช เพิ่มฉลาด มาเป็นวงแบล็คอัพ

แต่ตอนนั้นเกิด ปัญหาขึ้นกับทาง สังกัดอโซน่า ที่ไม่อนุญาตให้ วงคาราบาวไปอัดเสียง ที่ห้องบันทึกเสียงศรีสยาม และให้ใช้ห้องอัด ของอโซน่าแทน ซึ่งเครื่องมือของ ห้องอัดอโซน่า ไม่ทันสมัย

และอัลบั้มนี้ เพลงท.ทหารอดทน และ เพลงทินเนอร์ ถูก กบว. สั่งงดเผยแพร่ และงดออกอากาศ ตามสื่อต่าง ๆ แต่ยอดขายก็ยัง ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

โด่งดังจนต้องเชิญ ให้ไปร่วมแสดงภาพยนตร์

ด้วยความโด่งดังอย่างมาก ของวงคาราบาว จากอัลบั้ม ท.ทหารอดทน ทำให้วงคาราวบาวทั้งวง และสมาชิกแบ็คอัพทั้งหมด ได้เป็นนักแสดงรับเชิญ ในภาพยนตร์เรื่อง ปล.ผมรักคุณ 

ในปี พ.ศ. 2527 เพราะความโด่งดัง ของวงคาราบาว เล็กจึงได้เป็นพระเอก ในภาพยนตร์เรื่อง หยุดหัวใจไว้ที่รัก 

ในปลายปี พ.ศ. 2527 วงคาราบาว ประสบความสำเร็จมากที่สุด ในอัลบั้มชุดที่ 5 เมด อิน ไทยแลนด์ และอัลบั้มนี้ ทำยอดขายได้อย่างท่วท้นถึง 5,000,000 ตลับ ซึ่งทำลายสถิติสูงสุด ของศิลปินไทย จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีใคร ทำลายสถิติได้

คอนเสิร์ตครั้งใหญ่ ผู้ชมกว่า 60,000 คน !!!

ประวัติวงคาราบาว

ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 เป็นวันที่วงคาราบาว ได้ทำการจัด คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ที่เวโลโดรม หัวหมาก คอนเสิร์ตทำโดยคนไทย มีผู้เข้าชมถึง 60,000 คน และได้เกิดเหตุสุดวิสัย มีผู้ชมตีกัน จนกลายเป็นที่มาว่า คาราบาวเล่นที่ไหนก็มีแต่คนตีกัน 

และมีผู้ชมขึ้นไป ชมคอนเสิร์ตบนอัฒจันทร์ ที่เลิกใช้งานแล้ว แอ๊ดได้เตือนเรื่อง ความปลอดภัยไปหลายครั้ง จนถึง 30 นาทีสุดท้าย ก่อนจบการแสดง ยังมีเพลงที่ วงยังไม่ได้เล่น อยู่ 3 – 4 เพลง เจ้าหน้าที่ได้ สั่งยุติการแสดง

เนื่องจากเกรงว่า อัฒจันทร์จะถล่ม ลงมาทับผู้ชม ให้ได้รับบาดเจ็บ เป็นจำนวนมาก แอ๊ดจึงได้ประกาศ ยุติคอนเสิร์ตทันที และเพื่อเป็นการปลอบใจผู้ชม และส่งทางผู้ชมกลับบ้าน จึงเล่นเพลง รอยไถแปร เป็นเพลงสุดท้าย

และทั้งหมดนั้นก็คือ เรื่องราวของตำนาน ที่ยังคงหายใจอยู่ และยังคงเดินทางต่อไปเรื่อย ๆ

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *